Rome / Vatican: เส้นทางการชมนครรัฐวาติกัน 2 – จุดชมวิวบนยอดโดมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

dome1

ออกจากวิหารซิสติน จะมีประตูด้านขวาตรงไปสู่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (ตามคิวไปเลยค่ะ) หลายคนไม่ทราบว่าเราสามารถไต่บันไดขึ้นไปชมวิวบนยอดโดมได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษและแสนจะคุ้มค่านะคะ ^^

Rome / Vatican: เส้นทางการชมนครรัฐวาติกัน 1 – พิพิธภัณฑ์วาติกันและวิหารซิสติน (Sistine Chapel)

vatican-museums-gallery-of-maps

ขอแนะนำเส้นทางบังคับในการชมนครวาติกันสักเล็กน้อยนะคะ เริ่มจากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museum หรือ Musei Vaticani ในภาษาอิตาเลียน) ซึ่งเป็นแหล่งรวมงานศิลปะจากทุกยุคทุกสมัยที่สะสมมาเป็นเวลาหลายร้อยปีและสมบูรณ์ที่สุดในยุโรปเลยค่ะ ตามด้วยการเข้าชมในส่วนของวิหารชิสติน (Sistine Chapel) ที่มีไฮไลท์อยู่ที่ภาพวาดบนเพดานอันเลื่องชื่อ และปxbfท้ายด้วยมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ค่ะ

เดินเที่ยว นครรัฐวาติกัน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ศูนย์รวมแห่งศรัทธาคาทอลิก

va9

เมื่อมีโอกาสไปถึงกรุงโรมแล้ว แน่นอนว่าไม่ควรพลาดการก้าวเท้าไปเหยียบอีก “ประเทศ” ที่ไม่ไกลกันเลย นั่นคือ นครรัฐวาติกัน (Vatican) ซึ่งมีอำนาจอธิปไตยปกครองตนเอง เป็นเมืองหลวงแห่งศาสนจักรและที่ประทับของพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดแห่งศาสนา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “โป๊ป” ค่ะ นอกจากเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาแล้วยังเป็นแหล่งรวมศิลปวิทยาการอันยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย เรื่องราวของดินแดนเล็กๆ แห่งนี้มีมายาวนาน เล่าสั้นๆ คือ รัฐนี้เคยมีอาณาเขตกว้างขวางกว่านี้ ภายใต้ชื่อว่า Papal State ตั้งขวางทางราชอาณาจักรอิตาลีอยู่ อิตาลีก็เลยฮุบไว้ซะ เหลือไว้ก็แต่นครวาติกันที่เหลืออยู่ทุกวันนี้ เพราะมีกำแพงสูงกั้นไว้ ไม่นำกำลังเข้าไปจับพระสันตะปาปาผู้เป็นประมุขข้างใน กลายเป็นว่านครวาติกันถูกปิดตายนานถึง 60 ปี  นายกมุสโสลินี ก็ยื่นข้อเสนอให้วาติกันเป็นประเทศก็ได้ แต่พระสันตะปาปาเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองและสงคราม (เพราะเมื่อก่อนทรงมีอำนาจมากและมีอิทธิพลด้านการเมืองการปกครอง) ในที่สุดก็ win-win อย่างสันติค่ะ   แม้จะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมากกกกก เพียง 250 ไร่ แต่ก็มีครบทุกอย่างนะคะ ตั้งแต่เมืองหลวง คือ กรุงวาติกัน มีสาธารณูปโภคครบครันรัฐบาล กฎหมาย ตำรวจ (ชุดยูนิฟอร์มแบบจัดเต็มนี่เท่มาก) คุก ที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคาร […]

Rome: โรมัน ฟอรัม ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองที่ยิ่งใหญ่ในอดีต และเนิน Palatine

forum1

มาย้อนเวลาหาอดีตแบบทวิภพกันที่ร่องรอยอารยธรรมอันรุ่งเรืองที่โรมัน ฟอรัม (Roman Forum หรือ Foro Romano ในภาษาอิตาเลียน) ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูและวิหารเก่าแก่ทอดตัวเรียงรายเป็นบริเวณกว้าง ในสมัยที่โรมันเรืองอำนาจที่นี่คือศูนย์กลางด้านธุรกิจการค้า ศาสนา และการเมือง (คนโรมันชอบนั่งสนทนาปัญหาบ้านเมืองกันที่นี่ จึงมีการใช้คำศัพท์ว่า Forum ไปในเชิงการประชุมหารือนั่นเอง) หากได้ไปยืนที่นั่น แล้วจิตนาการถึงความรุ่งเรือง มั่งคั่ง ขวักไขว่ ในอดีต ก็คงจะเป็นสถานที่ที่มีชีวิตตระการตาไม่น้อยเลยนะคะ ^^ แผนที่โครงสร้างอาคารต่างๆ ในบริเวณโรมัน ฟอรัม แน่นขนัดเลยนะคะ น่าเสียดายที่หลงเหลือให้ดูแค่นี้ ไม่รู้ว่าถ้าเห็นแบบสมบูรณ์จะน่าทึ่งขนาดไหน กลุ่มอาคารทั้งหลาย ใช้ระยะเวลาในการสร้างยาวนานถึง 900 ปี (ก็บอกได้ถึงระยะเวลาที่โรมันมีอำนาจเหนือชาติใดๆ) แต่เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมถอยลง โรมัน ฟอรัมก็ถูกทิ้งร้าง เสื่อมโทรมไปตามสภาพและกาลเวลา เหลือเป็นซากปรักหักพัง หญ้าขึ้นรกเรื้อ มีการนำฝูงสัตว์เข้ามาเล็มกิน อิฐและหินอ่อนก็ถูกรื้อไปสร้างบ้านเรือน (น่าเศร้าจัง) จนมาถึงยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งผู้คนหันมาให้ความสนใจกับศิลปินวิทยาการของโรมันอีกครั้ง ที่นี่ก็กลายเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลายต่อหลายคน จึงเริ่มมีการขุดค้นทางโบราณคดี และการขุดค้นศึกษาด้านต่างๆ ก็ยังคงดำเนินอยู่จนทุกวันนี้ ถึงขนาดพยายามนำโครงสร้างฐานอาคารที่หลงเหลืออยู่มาทำภาพดิจิตอลว่าสมัยก่อนหน้าตาโรมัน ฟอรัมจะเป็นแบบไหนเลยค่ะ ในบริเวณเดียวกันมีเนิน Palatine […]

Rome: วิหารแพนธีออน (Pantheon) กับโอคูลุส ดวงตาแห่งสวรรค์

pan7

อีกหนึ่งแห่งที่ควรเยี่ยมชม คือ มหาวิหารแพนธีออน ที่มาอายุกว่า 2,000 ปี (แข็งแรงมาก) แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ของสถาปนิกสมัยโบราณกับเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือ เป็นวิหารทรงกระบอก กว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเท่ากัน ไม่มีเสาค้ำกลางคอยรับน้ำหนักทั้งที่มีขนาดใหญ่โต ทางเข้าด้านหน้าทำเป็นมุขที่มีหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่วและมีเสาตั้งเรียงกันอยู่เหมือนวิหารกรีก และมีหลังเป็นคาโดมโค้งมนมีช่องวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางให้แสงผ่านเข้ามา เรียกช่องนี้ว่า “โอคูลุส” (Oculus)  โอคูลุส แปลว่า ตา ซึ่งหมายถึงสัญลักษณ์ของตาจากสวรรค์ ช่องแสงขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 ฟุตนี้มีความเชื่อกันว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า แต่เมื่อเร็วๆ นี้ นักประวัติศาสตร์เสนอคำอธิบายที่น่าสนใจเกี่ยวกับรูรับแสงนี้ว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นนาฬิกาแดดและช่วยส่องแสงสว่างให้กษัตริย์ในอดีตในขณะที่เสด็จมาประกอบพิธีสำคัญๆ ภายในวิหาร โดยร่างของกษัตริย์จะถูกอาบด้วยลำแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาผ่านช่องแสงนี้ (มโนแล้วเห็นภาพเลยว่าจะดูศักดิ์สิทธิ์มากกกกก) ในขณะที่โอคูลุสเป็นช่องทางเพียงช่องเดียวที่แสงสว่างจะสาดส่องเข้ามา มันยังเป็นช่องที่ทำให้น้ำฝนไหลเข้ามาในวิหารด้วย จึงมีการทำมีรูเล็กๆ ที่พื้นวิหารเพื่อใช้เป็นที่ระบายน้ำฝนผ่านท่อไปออกแม่น้ำไทเบอร์  ท่อระบายน้ำนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ตอนสร้างวิหารแล้วค่ะ เห็นแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้สถาปัตนิกสมัยนั้นเค้ารอบคอบจริงๆ ไม่เหมือนคนเราสมัยนี้ที่ชอบสร้างแล้วซ่อม ไม่ทำให้ดีตั้งแต่แรก เหมือนจงใจวางยาค่ะ (แอบการเมืองเล็กน้อย 555) ช่องแสงโอคูลุสนี้เป็นปริศนาสำหรับหลายๆ คนว่าสร้างไว้เพื่ออะไร นักประวัติศาสตร์กลุ่มหนึ่งค้นพบว่าช่องรับแสงนี้จะรับแสงอาทิตย์ให้สาดส่องเข้ามาภายในวิหารในวัน “อิควินอกซ์”  (Equinox) หรือวันวิษุวัต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี หรือเป็นช่วงที่เวลาในตอนกลางวันและกลางคืนเท่ากัน ซึ่งจะเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือราววันที่ 21 […]

Rome: สุนทรีกับศิลปะและการแสดงที่จตุรัสนาโวนา (Piazza Navona)

.

สำหรับคนที่ชื่นชอบบรรยาการชิลๆ กับการเด่น นั่งเล่นในสถานที่สวยงามจ้อกแจ้กจอแจ ลองมาเยี่ยมชมจตุรัสนาโวนา หรือ Piazza Navona ซึ่งเป็นอีกจตุรัสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและสวยที่สุดในกรุงโรมค่ะ ลานกว้างที่นี่เต็มไปด้วยสิ่งเจริญตาเจริญใจ ติสต์ๆ ต้องที่นี่เลย มีศิลปินเปิดหมวกมาโชว์การแสดงให้เรามากมาย เรียกได้ว่ามีของอะไรก็ปล่อยกันที่นี่ค่ะ ไหนจะของก็อปแบรนด์เนมแบกับดินอีก ไม่รู้เมดอินไชน่าหรือเปล่านะ หึๆๆ หากชอบพวกภาพวาดก็มีภาพวาด ภาพถ่ายวางขายมากมาย และยังมีศิลปินนั่งวาดรูปให้ดูกันสดๆ ที่นี่ด้วย จะหาซื้อติดไม้ติดมือเป็นที่ระลึกก็ลองต่อรองราคาดูได้ค่ะ Piazza Navona นอกจากจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาของผู้คนที่เยี่ยมเยือนแล้ว ยังมีความงามของสถานที่ให้ชมอีกด้วย ตึกรามบ้านช่องสีสันสดใส ร้านไอศรีมเจลาโต้ ร้านกาแฟเก๋ๆ และร้านอาหารอีกเพียบ ทั้งน้ำพุสวยๆ มากมายหลายจุดในบริเวณนี้ เช่น  Fontana dei Quattro Fiumi   และน้ำพุจตุมหานทีที่มีเสาโอเบลิสก์ ด้านหน้า Sant’Agnese โบสถ์สไตล์บาโรกค่ะ น้ำพุจตุมหานทีตรงกลางจตุรัสก็มีรูปปั้นแทนแม่น้ำสายสำคัญจาก 4 ทวีป ในแต่ละมุมค่ะ คือ แม่น้ำไนล์ ดานูป คงคา และพลาต้า (Rio de la Plata ในทวีปอเมริกาใต้) เสาโอเบลิกส์ที่ตั้งอยู่กลางน้ำพุก็มาจากประเทศอียิปต์เลยนะคะ จัตุรัสแห่งนี้มีรูปทรงเป็นวงรี เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นสนามกีฬาโรมันโบราณ สร้างเมื่อค.ศ. 86 ชื่อว่า Stadium […]

Rome: พิสูจน์ความจริงที่ Mouth of Truth

mouth8

แผ่นหินสลักเป็นรูปหน้าคนอันมีชื่อเสียงโด่งดัง หรือ the Mouth of Truth (หรือ La Bocca della Verità ในภาษาสเปน) แขวนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าโบสถ์ Santa Maria คนโรมันส่วนมากเชื่อว่าเป็นภาพสลักหน้าของเทพเจ้าแห่งแม่น้ำ โดยใช้เป็นเครื่องจับโกหกตั้งแต่ยุคกลางค่ะ ว่ากันว่าถ้าใครพูดโกหกขณะที่วางมือไว้ในปากของหินสลักนี้จะโดนกัดมือขาดค่ะ! (ลองพาแฟนไปพิสูจน์ความจริงใจดูก็น่าจะดี เผื่อคำสาบานแบบไทยๆ จะเห็นผลช้าไป อิอิ) การเข้าชมหินสลักนี้ไม่เสียค่าเข้านะคะ ไปถ่ายรูป ลองเอามือใส่เข้าไปได้เลยไม่มีใครห้าม บอกได้คำเดียวว่าคิวยาวมากทีเดียว ทุกคนรอจะถ่ายภาพเอามือตัวเองเข้าไปกันทั้งนั้น ผู้เขียนก็เป็นอีกคนที่สนุกกับการถ่ายรูปตามประสาคนไทย อุตส่าห์รอคิวตั้งนานขอหลายแอ็คชั่นให้คุ้มที่มาทั้งที แต่คงนานไปหน่อยตามมาตรฐานสากลเลยโดนฝรั่งที่ต่อคิวอยู่เขม่นเลยค่า แหะๆ แต่เนื่องจากหินสลักนี้อยู่ในรั้วของโบสถ์ ถ้ามาค่ำเกินไปก็จะเข้าไปไม่ได้นะคะ ยังดีว่าเป็นการปิดประตูลูกกรงเท่านั้นจึงยังมองเห็นและถ่ายรูปจากมุมข้างผ่านลูกกรงได้ค่ะ ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง Roman Holiday ก็มีฉากนี้เหมือนกันค่ะ การเดินทาง: ลง Metro สถานี Circo Massimo แล้วเดินตรงต่อไปยัง ดาวสีเหลืองบนแผนที่ซึ่งก็คือโบสถ์ Santa Maria หรือจะลงสถานี Colosseo เที่ยวโคลอสเซียมแล้วเดินต่อมาก็ได้ค่ะ

ชมความงดงามของ บันไดสเปน Spanish Steps ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี่

spanish10

บันไดสเปน (Spanish Steps หรือ Piazza di Spagna ในภาษาสเปน)  เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป เคยเห็นในรายการโทรทัศน์ว่าช่างเป็นบันไดที่สวยงามมากๆ ตกแต่งไปด้วยพุ่มดอกไม้สีสันสวยงามจนผู้เขียนต้องมาเห็นกับตาตัวเองให้ได้ แต่พอมาแล้วไม่ยักเจอดอกไม้ แถมโชคไม่ดีที่ตึกแบ็กกราวด์ด้านหลังมีนั่งร้านต่อขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมจนบดบังความสวยงาม เสียดายมาก คงต้องกลับมาแก้มือใหม่ค่ะ

เที่ยวยุโรป โคลอสเซียม 1 ใน 7 มหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

Colosseum7

อีกสถานที่หนึ่งซึ่งไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชม เมื่อคุณมาเที่ยวยุโรป คือ โคลอสเซียม หรือ สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (หรือจะเรียกว่าสังเวียนนับสู้โรมันดีนะ) อายุกว่า 1,900 ปี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม นับเป็นสถาปัตยกรรมขนาดมหึมายิ่งใหญ่อลังการที่สุดของจักรวรรดิโรมัน จุคนได้ 50,000 – 80,000 คน (เบียดเสียดน่าดู) กับเวลาสร้างเพียง 10 ปี และเทคโนโลยีสมัยโบราณ ก็ทำให้คนสมัยใหม่อึ้งกับความสามารถของชาวโรมันสมัยนั้นว่า “ทำได้ไงอ๊ะ??” ภายในสนามเป็นอัฒจันทร์ที่นั่ง สร้างด้วยหินปูนแกร่ง วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร มีระดับความลาดเอียง 37 องศา มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดนักกีฬารอบทิศทาง มีช่องทางเข้าเป็นสัดส่วนจากภายนอก แต่ละชั้นสูง 4.85 เมตร อัฒจันทร์แถวล่างสุดสูงจากพื้นสนาม 3.60 เมตร  และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน สมัยก่อนใช้เป็นเวทีต่อสู้ของนักสู้ “กลาดิเอเตอร์” (Gladiator) เพื่อสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชม โดยมีการแบ่งที่นั่งอัฒจันทร์ผู้ชมตามชนชั้นบรรดาศักดิ์ ตั้งแต่ กษัตริย์ ขุนนาง คนในราชวงศ์ ชาวโรมันผู้ร่ำรวย ประชาชนทั่วไป และต่ำสุดคือชั้นของชาวต่างชาติ ผู้หญิง และทาส ที่ต้องนั่งพื้น ส่วนนักสู้สมัยแรกเป็นพวกทาส และเชลยสงครามต้องโทษประหารชีวิต ที่ต้องมาต่อสู้กันเอง หรือกับสัตว์ป่า เช่น  สิงโต […]

Rome: คำอธิษฐานที่น้ำพุเทรวิ (Trevi Fountain)

Trevi1

หากคุณเป็นอีกคนที่หลงรักกรุงโรมแล้วอยากกลับมาอีก ก็อย่าพลาดทำตามธรรมเนียมปฏิบัติของคนที่นี่ด้วยการโยนเหรียญอธิษฐานลงไปในน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain หรือ  Fontana di Trevi  ในภาษาสเปน) ว่ากันว่าคนที่โยนเหรียญลงไปจะได้กลับมาที่โรมอีกค่ะ มีสำนวนภาษาอังกฤษหนึ่งว่า “When in Rome, do as the Romans do” แปลเทียบกับสำนวนไทยจะได้ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” นั่นเอง ดังนั้น ในการโยนเหรียญก็อยากให้สังเกตคนแถวนั้นสักนิดว่าเขาโยนกันยังไง วิธีการที่ถูกต้อง คือ หันหลังให้กับน้ำพุ ใช้มือขวากำเหรียญไว้ (เอาเหรียญอะไรไปก็ได้ค่ะ ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นสกุลอะไร ค่างวดเท่าไร) เมื่ออธิษฐานในใจให้ได้กลับมาที่นี่อีกเรียบร้อยแล้ว ก็โยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายของเราให้ลงไปในน้ำพุได้เลยค่ะ ถ้าโยนวิธีอื่นไม่การันตีนะคะว่าจะได้กลับมาอีก อิอิ ตัวอย่างค่ะ เทรวี่เป็นน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงโรม (สูง 25.9 เมตร กว้าง 19.8 เมตร) เมื่อไปถึงแล้วจะพบว่ามันแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยวค่ะ ถ้าอยากถ่ายรูปก็คงต้องใช้ความสามารถส่วนตัวเยอะหน่อย เดินแทรกไปข้างหน้าให้ได้นะคะ แต่การจะถ่ายภาพให้ได้โดยไม่ติดคนอื่นนั้น ยากเหลือหลาย ขอบอก! ตรงกลางน้ำพุมีเทพเจ้าเนปจูน (Neptune) ขี่รถมาติดปีกที่แสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรง และความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร ขนาบข้างด้วยไทรทัน […]